โฆษณาต่อต้านคอรัปชั่น

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

เมืองพัทยา


เมืองพัทยา



พัทยาเหนือ

บริเวณพัทยาเหนือนั้นในอดีตเคยเป็นแหล่งชุมชนและอุตสาหกรรมมาก่อน อาชีพหลักของผู้คนแถบนี้คือ การทำนาเกลือและการประมง จึงทำให้มีบรรยากาศของความเก่าแก่หลงเหลืออยู่ บ้านเรือนโบราณ ถนนสายแคบๆ การเป็นอยู่แบบเรียบง่ายตลอดเส้นทางสายนาเกลือ-พัทยา จนถึงบริเวณวงเวียนปลาโลมาซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนเลียบชายหาดซึ่งยาวไปจนถึงพัทยาใต้ ในส่วนของพัทยาเหนือนี้แตกต่างจากบริเวณนาเกลือโดยสิ้นเชิง โรงแรมบ้านพักสถานบันเทิง ร้านอาหาร ถูกสร้างขึ้นมากมายริมถนนเลียบชายหาดสายนี้ อีกทั้งสามารถเดินเล่นไปตามทางเท้าริมถนนเลียบชายหาดได้อีกด้วย ถนนพัทยาสายสองในส่วนของพัทยาเหนือนั้นมีสถานน่าสนใจมากมาย เช่น ทิฟฟานี่โชว์ อัลคาร์ซ่าคาบาเร่ต์ และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้ออาหารทะเลสดๆและแปลกๆสามารถมาหาซื้อได้ที่ตลาดนาเกลือ และนอกจากนี้ ย่านตลาดนาเกลือยังได้รับการจัดให้เป็นย่านชุมชนโบราณอีกด้วย

พัทยากลาง
พัทยากลางนั้นโรงแรมส่วนมากจะมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่จะได้พบกับบาร์เบียร์ ร้านขายเสื้อผ้า และบาร์อะโกโก้มากมาย บริเวณถนนเรียบชายหาดมีสำนักงานตำรวจพัทยาและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงห้างสรรพสินค้าอาทิ รอยัลการ์เด้น พลาซ่าห้างไมค์ชอปปิ้งมอลล์ และเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีชซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าริมหาดที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน



พัทยาใต้

พัทยาใต้โค้งมากจากถนนเลียบชายหาด แถบนี้ถูกเรียกว่า วอล์คกิ้ง สตรีท เขตเดินเท้าบริเวณนี้มีร้านค้าเล็กๆ มากมาย ซึ่งบริการ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายเครื่องกีฬา ร้านขายเครื่องประดับ และร้านขายของที่ระลึก ที่นี่ยังมีบาร์มากกมาย และยังมีร้านอาหารทะเล ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างยื่นลงไปในทะเลเพื่อเพิ่มบรรยากาศในการรับประทานอาหาร พัทยาใต้นั้นดูวุ่นวายกว่าส่วนอื่นๆ ของเมืองพัทยา ถนนอัฐจินดา สัญลักษณ์ของเขตแดนเมืองพัทยาใต้ เมื่อเดินไปตามซอยเล็ก ๆ ซึ่งจะนำทางสู่ถนนพระตำหนักซึ่งเป็นด้านหลังของพัทยาและนำไปสู่ ถนนพัทยาสายสอง


หาดจอมเทียน

หาดจอมเทียน ความยาว 6 กิโลเมตรของหาดจอมเทียนถูกแบ่ง จากส่วนอื่นๆในเมืองพัทยาด้วยเนินเขาด้านหลังของพัทยาใต้ เมื่อขับรถผ่านเนินเขา และผ่านพระพุทธรูปใหญ่ก็จะลงมาสู่หาดที่ค่อนข้างเงียบ ชายหาดนี้เป็นสถานที่ที่เป็นที่นิยมของกีฬาทางน้ำ เนื่องจากพื้นที่แถวนี้มีอากาศที่บริสุทธิ์ ซึ่งถูกพัดมาจากอ่าวไทย และทะเลที่หาดนี้ยังมีความ คับคั่งของเรือน้อยกว่าที่อ่าวพัทยานอกจากนี้หาดจอมเทียนยังเป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจโดยการอาบแดด นอกจากนี้หาดจอมเทียนยังมีทางเล็กๆ ซึ่งมีแหล่งช็อปปิ้ง บาร์เบียร์ และยังมีโรงแรมที่มีหาดส่วนตัว บังกะโลคอมเพล็กซ์ คอนโดมิเนียม และร้านอาหาร

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

เทคนิคการร้องเพลง


เทคนิคการร้องเพลงง่ายๆ สำหรับทุกคนครับ



เคล็ดลับที่ 1: เคล็ดลับการดูแลเส้นเสียงให้แข็งแรง !!!

ต้องฝึกการใช้เส้นเสียงที่เหมาะสมกับปริมาณลมอย่างสม่ำเสมอเหมือนกับการออกกำลังกายทีละนิด ทีละหน่อย จนกว่าร่างกายคุ้นเคย

ฝึกวิธีการใช้เสียงตั้งแต่ตอนพูด ใช้ความกังวานของเสียงช่วยเพิ่มความดังแทนการตะโกน ตะเบ็ง / ไม่พูดเสียงสูง-ต่ำเกินความเป็นจริงของธรรมชาติเสียงตัวเอง (ระดับเสียงที่พูดแล้วสบาย คือธรรมชาติ) หรือไม่พูดเสียงที่เป็นลมจนเกินไป

ออกกำลังกาย (กีฬาทุกประเภทใช้ได้ทั้งหมด ขอให้มีการเคลื่อนไหวของร่างกาย) เพื่อช่วยเพิ่มพลังและผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้ร่างกายโดยรวม และเพื่อช่วยความแข็งแรงให้ระบบหายใจ

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (สังเกตตัวเองด้วยว่าต้องการกี่ชั่วโมงเพราะร่างกายแต่ละคนต้องการแตกต่างกัน)

ทานอาหารให้ครบหมู่ / ดื่มน้ำให้เพียงพอ หรือเกินต่อความต้องการของร่างกายเสมอ

หลีกเลี่ยงคาเฟอีน แอลกออล์ทั้งหลาย / หากเกิดอาการดื่มน้ำน้อยไป หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน-แอลกออล์มากเกินไป เส้นเสียงก็จะพลอยแห้ง อ่อนแอไปด้วย / ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องจะดีที่สุด / การดื่มน้ำเย็นไม่ได้มีผลต่อการใช้เสียงมากจนเกินควร หากไม่ป่วยหรือ มีน้ำมูก / แต่น้ำอุ่น-ร้อนเกิน จะทำให้คอรู้สึกแห้งผาก ไม่ดี โดยเฉพาะก่อนใช้เสียง

ไม่เสพสารเสพติด เช่นบุหรี่ สารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้เส้นเสียงอ่อนแอ เวลาใช้งาน จะเหนื่อย ต้องออกแรงมากกว่าปรกติ

หลีกเลี่ยงสภาวะอากาศที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายคอ หรือหายใจลำบาก เช่น มีความชื้นมากเกินไป ฝุ่นมากไป

เคล็ดลับที่ 2: เคล็ดลับการควบคุมปริมาณลมที่พอดีกับการใช้เส้นเสียง !!!

วิธีที่ทำให้สามารถสัมผัสได้ มากกว่าการได้ยินเสียงคือ ใช้นิ้ว หรือ ฝ่ามือ มารองเสียงที่เราเปล่งออกมาจากปาก พยามยามอย่าให้มีลมปนออกมากับเสียงมาก เพราะ หากเสียงร้องมีลมออกมากพร้อมกัน แสดงว่าเส้นเสียงไม่ปิดเข้าหากัน หรือมีการใช้ลมมากเกินไป (คือปริมาณลมไม่พอดีกับการปิดของเส้นเสียง ทำใช้เส้นเสียงได้ไม่เต็มที่ เกิดข้อจำกัดในการใช้เสียง โดยเฉพาะการร้องเพลง)

เคล็ดลับที่ 3: เลือกครูสอนใช้เสียง-ร้องเพลงอย่างไร ???

ดูความต้องการของตนเองก่อนว่าอยากจะรู้เรื่องอะไร ต้องการความช่วยเหลือด้านไหน

ดูว่าครูมีความรู้ และประสบการณ์ในการสอนเรื่องเหล่านั้นจริงหรือไม่

ดูเนื้อหาการสอน และวิธีการสอนของครูที่สอนอยู่ ว่าตอบโจทก์ที่เราต้องการไหม เป็นวิธีที่เราสามารถเรียนได้หรือไม่

หากไม่เคยมีประสบการณ์การเรียนใช้เสียง-ร้องเพลงมาก่อน ผู้เรียนควรจะได้คุยถึงวิธีทางการสอนของครู และเนื้อหาที่ตนเองอยากเรียนกับครูผู้สอนโดยตรงก่อนเริ่มเรียน

--------------------------------------------
โรงเรียนสอนร้องเพลง Private Studio เรียนร้องเพลง สอนร้องเพลง สถาบันสอนร้องเพลง ร้องเพลง โดยครูสอนร้องเพลง กบ เสาวนิตย์ นวพันธ์


เตรียมตัวเรียนหมอ





คนที่เหมาะที่จะเรียนหมอควรมีบุคลิกอย่างไร
หลายๆคนอยากเรียนหมอ แต่ก็กลัวว่าบุตลิกของตัวเองจะเหมาะสมกับการเรียนหมอรึเปล่า อยากบอกน้องๆว่า จริงๆแล้ว การเป็นหมอไม่ได้ต้องการลักษณะบุคลิกอะไรเป็นพิเศษ ใครมีลักษณะยังไงก็จะมีลักษณะการทำงานในความเป็นหมอได้ทุกแบบ เช่น
• น้องคนนึงไม่ชอบพูดคุยกับผู้คน ก็จะมีงานที่ ไม่ค่อยพูดคุยกับคน เช่น รังสีแพทย์ พยาธิแพทย์
• บางคนชอบงานศิลปะ ชอบจินตนาการในมุมมองต่างๆ ก็สามารถเป็นรังสีแพทย์ได้ เอาไว้จินตนาการภาพเอ็กเรย์ ภาพถ่ายจากคอมพิวเตอร์ หรือจากอัลตราซาวด์
• บางคนชอบแบบบู๊บู๊ ก็เป็นหมอศัลย์ มีทั้งผ่าทั่วไป ผ่าสมอง ผ่าหัวใจ มีหมด
• ใครที่ชอบแนวฟิสิกส์ หรือแนวก่อสร้าง ก็เป็นหมอออร์โธปิดิกส์ จะได้ตอก หล่อ ขันสกรู ดูแนวสมดุลต่างๆของกล้ามเนื้อ ข้อ และกระดูก หรืออาจเป็นแนววิศวกรรมก็ได้เอาไว้ออกแบบอุปกรณ์ และวัสดุทางการแพทย์ก็ได้
• ส่วนคนที่ชอบมองลึกๆเข้าไปในความคิด ปัญญา และจิตประสาท ชอบพูดคุยถามหาความรู้สึกละก็ เป็นหมอจิตเวชไปเลย
แต่โดยพื้นฐานแล้ว มีบุคลิกบางอย่างที่คนเป็นหมอควรต้องฝึกให้มีไว้ เช่น รักในงานช่วยเหลือผู้อื่น ชอบรับฟังความทุกข์ของผู้อื่น ไม่ขี้รำคาญ ไม่มีอคติแบ่งแยก มีศีลธรรม สุภาพ มีวิธีการคิดด้วยเหตุผลอย่างเป็นระบบ มีการตัดสินใจที่ดี รักษาความลับของผู้ป่วย ไม่แพร่งพรายเรื่องราวของผู้ป่วยให้แก่ผู้อื่น เมตตากรุณาต่อผู้ที่ได้รับความทุกข์ทรมาน แต่น้องต้องเข้าใจว่าไม่มีใครจะสมบูรณ์ไปเสียทั้งหมดหรอกนะ อย่าให้เลวสุดสุดแล้วกัน

ถ้ามุ่งมั่นจะเรียนแพทย์ ควรเตรียมตัวเนิ่นๆอย่างไร
พี่จะพูดถึงการเตรียมตัวในแง่ความรู้วิชาการเท่านั้นนะ จะบอกว่าการเรียนแพทย์ต้องให้ความสำคัญเกือบทุกวิชา อย่าคิดว่าเก่งชีวะอย่างเดียวจะไปโลดนะ พี่จะพูดไล่ไปทีละวิชานะ
วิชาแรกชีวะ ก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก ใช้แน่นอน
วิชาเคมี ใช้เยอะมาก สูตรเคมี ปฏิกิริยา ใช้เกี่ยวกับเรื่องยา เรื่องการเปลี่ยนแปลงสารต่างๆในร่างกายและอื่นๆ
วิชาคณิตศาสตร์ เหมือนกัน(ใช้เยอะ) คำนวณขนาดยา สูตรต่างๆ หรืองานสถิติก็ใช้
ต่อมาวิชาฟิสิกส์ อย่าคิดว่าไม่ใช้นะ ใช้เยอะมากเลย จะดูกลไกต่างๆ สมดุล แรงสารพัดแรง เต็มไปหมด
และที่สำคัญมากอีกวิชานึง คือ ภาษาอังกฤษ ไม่ได้เอามารักษาคนไข้ด้วยภาษาอังกฤษหรอก แต่ต้องเอาวิชานี้มาใช้อ่านตำราการแพทย์นั่นเอง วิชานี้ไม่เหมือนกับวิชาอื่นในเรื่องการเตรียมตัว ตรงที่ว่าน้องจะไม่สามารถไปฟิต เร่งท่อง เร่งติว ในเวลาสั้นๆได้ มันต้องอาศัยการสะสมมาเรื่อยๆ ใครอยากเก่งอังกฤษคงต้องเตรียมตั้งแต่เนิ่นๆนะ
น้องๆต้องอ่านหนังสือให้เข้าใจ และอย่าลืมทำโจทย์ให้เยอะ เอาแบบทำโจทย์ให้ได้ซัก... สิบปีย้อนหลังนะ พี่คิดว่าน้องคงต้องจริงจังนิดนึง และคงต้องมีหัวดีนิดๆ (แต่จริงๆเอาแค่ไม่โง่มากก็พอแล้ว )

จบแล้วสามารถทำงานอะไรได้บ้าง
น้องน้องสามารถเลือกทำงานเป็นแพทย์ในสาขาที่ตนถนัดได้เลย โดยที่แรกแรกที่จบมาจะทำงานเป็นหมอทั่วไป ต่อมาก็สามารถเรียนต่อในสาขาเฉพาะทางที่ตัวเองอยากเป็นได้เลย ทำงานในโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน คลินิก สถาบันวิจัยต่างๆ หรืออยู่บ้านเฉยๆก็ได้ (แต่กินแกลบนะ) ทำงานแล้วอาจไม่รวย แต่ อินชาอัลลอฮฺไม่อดตาย

สามารถนำความรู้ด้านนี้ไปใช้เพื่อสังคมได้อย่างไรบ้าง
เป็นหมอก็... ตรงไปตรงมา สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้โดยตรง แต่ขอนิดนึงต้องตั้งเจตนาเพื่ออัลลอฮฺ อย่างบริสุทธิ์ใจ แล้วพระองค์จะตอบแทนให้อย่างมาก ส่วนเวลาที่นอกเหนือจากงานประจำ ก็แล้วแต่สะดวกนะ ทำงานในหนทางของพระองค์ได้อีกเยอะ

ประสบการณ์ตอนเรียนที่ประทับอยู่ในใจ
ถ้าได้เรียน น้องจะได้เจอประสบการณ์เยอะมาก เยอะจริงๆ เก็บมาให้หมดแล้วกัน วิธีการคิด วิธีการมองโลกของอาจารย์แต่ละคนสุดยอดทั้งนั้น(ถึงแม้ไม่ใช่มุสลิมก็ตาม) สำหรับพี่แล้ว สิ่งที่พี่มองแล้วเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดจากการเรียน ไม่ใช่เนื้อหาจากการเรียน หากว่าสมมติการเรียน-เนื้อหาการแพทย์เต็มร้อย พี่รู้สึกว่าเก็บมาได้ไม่ถึง สามสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ที่รู้สึกมีค่ามากที่สุดคือ การที่เราได้เครื่องมือในการหาความรู้ต่อ รู้ถึงวิธีการหาข้อมูล อ่านตำราเป็น รู้จักแยกแยะ มันสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่องเลย
ส่วนประสบการณ์ที่ไม่ดี... ไม่ต้องไปพูดถึงมันดีกว่านะ

ข้อควรระวังสำหรับนักศึกษาที่เป็นมุสลิม

พี่อยากเตือนน้องไว้นิดนึงว่า เรียนแพทย์ไม่ได้ยากหรอก แต่สภาพแวดล้อมและรูปแบบการเรียนส่วนใหญ่จะทำให้น้องไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก(แต่ก็มีนะ) หลายคนเรียนแล้วก็หลงลืมหน้าที่ของตัวเอง ลืมให้เวลากับอัลลอฮฺ หรืออาจจะลืมไปว่าตัวเองเป็นผู้ศรัทธา และอีกอย่างนึง เรียนวิชาแพทย์จะทำให้เรารู้สึกถึงเทคโนโลยีอันกว้างไกลของการรักษาต่างๆ แต่อย่าลืมผู้สร้างทุกสรรพสิ่งคืออัลลอฮฺ และพระองค์คือผู้ทำให้หายจากโรคภัย ไม่ใช่จากเทคโนโลยีดังกล่าว
สุดท้าย ก็อยากให้น้องๆที่อยากเรียนแพทย์ ตั้งใจ ขยัน อดทน และขอดุอาอฺต่ออัลลอฮ.ให้มาก เราต้องอ่าน-ต้องท่องหนังสือ ทำแบบฝึกหัดให้เต็มที่ ส่วนผลจะออกมาเป็นเช่นไรนั้นก็ขอให้มอบหมายต่อพระองค์นะ

จังหวัดที่ 77



จังหวัดที่ 77 บึงกาฬ





ครม.มีมติแล้ว ให้มีการจัดตั้ง จังหวัดบึงกาฬ เป็น จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 สิงหาคม กระทรวงมหาดไทย เสนอผลการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตั้งจังหวัดบึงกาฬ ที่ให้แบ่ง 7 อำเภอ ทั้ง อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงกาฬ อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล ออกมาจากจังหวัดหนองคาย เพื่อตั้งเป็นจังหวัดบึงกาฬ นั้น ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตั้ง จังหวัดบึงกาฬ เป็น จังหวัดที่ 77 แล้วโดยมีเหตุผลในการตั้งดังนี้


- จังหวัดบึงกาฬ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ในเรื่อง อำเภอ จำนวนประชากร และลักษณะพิเศษของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นผลดีต่อการให้บริการแก่ประชาชน

- เนื้อที่และสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดหนองคาย ก่อนแยกออกมาเป็น จังหวัดบึงกาฬนั้น เป็นพื้นที่แนวยาวทอดตามลำน้ำโขง มีเส้นทางคมนาคมจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออกเป็นระยะทาง 350 กิโลเมตร จึงส่งผลต่อการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนได้ง่าย

- จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ตั้งขึ้นใหม่ ก็มีเนื้อที่น้อยกว่าหลักเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรีเช่นกัน

- นอกจากนี้ จังหวัดบึงกาฬ ไม่ใช่หน่วยงานที่ดำเนินกิจการบริการสาธารณะ ซ้ำซ้อนกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงไม่กระทบต่อแนวทางการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่อย่างใด

- ส่วนเรื่องบุคลากร ที่มีอยู่จำนวน 439 อัตรา ก็สามารถกระจายกันภายในส่วนราชการได้ จึงไม่เป็นผลกระทบและภาระต่องบประมาณของประเทศมากนัก



สำหรับบึงกาฬเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดหนองคาย และห่างจากตัวจังหวัดไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 136 กิโลเมตร มีเขตพื้นที่ติดต่อกับแม่น้ำโขง และแขวงบริคำไชย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีการแบ่งการปกครองออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การปกครองส่วนภูมิภาคและการปกครองส่วนท้องถิ่น

ทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2537 นายสุเมธ พรมพันห่าว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีธรรม จังหวัดหนองคาย ได้ทำเรื่องขอให้มีการตั้ง บึงกาฬ เป็น จังหวัดที่ 77 ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้มีการพิจารณาว่า ยังไม่มีแผนที่จะยกฐานะอำเภอบึงกาฬขึ้นเป็น จังหวัดบึงกาฬ เพราะการจัดตั้ง จังหวัดใหม่เป็นการเพิ่มภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังคนภาครัฐซึ่งขัดมติคณะรัฐมนตรี

ต่อมาในปี พ.ศ.2553 กระทรวงมหาดไทยได้นำเรื่องการจัดตั้ง จังหวัดบึงกาฬ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง และล่าสุดคณะรัฐมนตรีก็มีมติให้ทำการจัดตั้ง จังหวัดบึงกาฬ เป็น จังหวัดที่ 77 ของไทย

วิธีขจัดคราบฝังเเน่น


วิธีขจัดคราบฝังเเน่น

เสื้อผ้าสีขาวที่เริ่มจะกลายเป็นสีเหลือง
สามารถแก้ไขได้โดยใช้เปลือกไข่ป่นละเอียด ใส่ลงไปในอ่างแช่ผ้า ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงซั

เสื้อผ้าที่เลอะคราบครีม เนย น้ำมัน
ขจัดคราบโดยนำแป้งที่ใช้สำหรับทาตัวมาโรย ใช้กระดาษทิชชู หรือกระดาษบางอื่นๆ วางทับ นำเตารีดที่มีความร้อนพอสมควร ทับบนกระดาษ จนแป้งดูดคราบออกจนหมด แล้วจึงนำไปซัก


เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเลือด
ขจัดคราบโดยนำนมข้นทาทันที ทิ้งไว้สักครู่แล้วนำไปขยี้น้ำออก


เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเลือดจางๆ
ขจัดคราบโดยใช้เบคกิ้งโซดาผสมน้ำสักเล็กน้อย จนแป้งข้นๆ ถูเบาๆ เมื่อแห้งจึงปัดฝุ่นออก


เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบเลือดฝังแน่น
ขจัดคราบโดยใช้ฟองน้ำจุ่มน้ำเย็น ที่ผสมเกลือจนชุ่ม ถูเบาๆ จนรอยค่อยๆ จางลง แล้วใช้น้ำเปล่าถูอีกครั้ง สุดท้ายใช้ทิชชูซับน้ำให้แห้ง


เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบกาแฟ
ขจัดคราบโดยใช้แป้งข้าวเจ้าถู แล้วซักได้ตามปกติ


เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบชอกโกแล็ต
ขจัดคราบโดยรีบนำไปแช่น้ำอุ่นทันทีที่เปื้อน อาจใช้น้ำยาขจัดคราบฝังแน่น ช่วยด้วย จากนั้นนำไปซักแห้ง


เสื้อผ้าที่เลอะคราบน้ำตาเทียน
ขจัดคราบโดยใช้ก้อนน้ำแข็งขูดเกล็ดเทียนออกให้มากที่สุด จากนั้นจึงใช้กระดาษประกบบริเวณที่เปื้อนทั้ง 2 ด้าน แล้วใช้เตารีดอุ่นๆ รีดทับจนน้ำตาเทียนซึมออกมาติดกับกระดาษ

เสื้อผ้าที่เลอะโคลน
ขจัดคราบโดยปล่อยให้โคลนแห้ง ใช้แปรงปัดออก ซักด้วยน้ำเย็นหลายๆ ครั้ง จนไม่มีน้ำโคลนออกมา จึงซักด้วยผงซักฟอก


เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำชา
ขจัดคราบโดยรีบเทน้ำเดือดลงบนรอยเปื้อนบนผ้าที่ยังเป็นรอยใหม่อยู่จนสีจางลงแล้ว รีบนำไปซักทันที
ให้ซักในน้ำอุ่นกับสบู่ ถ้ายังไม่ออก ให้ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ด แล้วจึงซัก


เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำผลไม้ น้ำมันพืช
ขจัดคราบโดยให้ขึงผ้าที่เปื้อนบนปากถัง เทน้ำเดือดลงตรงรอยเปื้อน แล้วจึงซัก


เสื้อผ้าที่เลอะน้ำมันขัดเงา
ขจัดคราบโดยใช้ฟองน้ำชุบทินเนอร์ทาบริเวณที่เปื้อนในขณะที่ยังเปียกอยู่ ใช้น้ำยาซักผ้า ขยี้ตรงรอยเปื้อนทันที นำมาแช่ในน้ำอุ่น แล้วรีบซักทันที


เสื้อผ้าที่เลอะคราบน้ำมันดิบ
ขจัดคราบโดยขูดน้ำมันดิบที่ติดอยู่ออกด้วยมีดที่ไม่คม แล้วถูด้วยน้ำมันสน หรือน้ำมันก๊าดหรือน้ำมันเบนซิน (ห้ามใช้น้ำเด็ดขาด)


เสื้อผ้าที่ขึ้นราเล็กน้อย
ขจัดคราบโดยรีบนำผ้าที่ขึ้นราใหม่ๆ ซักในน้ำสบู่ร้อนๆ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ / ให้บีบมะนาวลงไป แล้วแช่ผ้าไว้ในผงซักฟอกสักครู่ จึงซักผ้าตามปกติ


เสื้อผ้าที่เปื้อนรอยสนิม
ขจัดคราบโดยนำผ้ามาชุบน้ำให้เปียกก่อน บีบน้ำมะนาวลงไปบนรอยเปื้อน ทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงนำไปซักตามปกติ


เสื้อผ้าที่เลอะคราบเบียร์
ขจัดคราบโดยซักในน้ำเย็นทันที หรือใช้แปรงจุ่มน้ำเย็น แปรงตรงรอยเปื้อนทันที


เสื้อที่เลอะคราบน้ำมันรถ (น้ำมันเครื่อง)
ขจัดคราบโดยใช้มะนาวถูบริเวณที่เปื้อน จนรอยเปื้อนจางลง
แล้วจึงนำไปซัก


เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบน้ำส้มสายชู
ขจัดคราบโดยผสมแอมโมเนีย 1 ช้อนชา ในน้ำ 2 ถ้วย (ครึ่งลิตร) แล้วแช่ 2-3 นาที ล้างออกแล้วซักตามปกติ

เสื้อผ้าที่เลอะคราบน้ำหมาก น้ำหมึก
ขจัดคราบโดยก่อนซักให้นำเกลือป่นโรยตรงรอยเปื้อน แล้วบีบน้ำมะนาว ลงไปให้ชุ่ม ผึ่งแดดไว้ครึ่งวัน จึงค่อยนำไปซัก


เสื้อผ้าที่เลอะกาว
ขจัดคราบได้โดย ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดที่รอยเปื้อน นำมาแช่ในน้ำเย็น แล้วซักตามปกติ

เสื้อผ้าที่เลอะขี้ผึ้ง

ขจัดคราบโดยการวางกระดาษซับบนรอยเปื้อนแล้วกดด้วยเตารีดที่ร้อน เปลี่ยนกระดาษจนกระทั่งไขทั้งหมดถูกดูดซับไปหมด ถ้าเป็นผ้าที่บาง หรือผ้าไหมให้ใช้กระดาษทิชชู และเตารีดที่เย็นกว่า

เสื้อผ้าที่เลอะไข่
ขจัดคราบได้โดยให้ผสมน้ำยาซักผ้ากับน้ำอุ่นซัก

เสื้อผ้าที่เลอะยางกล้วย
ขจัดคราบโดยใช้มะนาวที่ฝานเป็นชิ้นบางๆ ถูตรงรอยเปื้อน ที่เป็นคราบดำ แล้วรีบนำมาซักทันที

เสื้อผ้าที่เลอะยาทาเล็บ
ขจัดคราบโดยซับที่รอยเปื้อนด้วยน้ำยาล้างเล็บ และเช็ดด้วยผ้าที่สะอาด จนกระทั่งรอยเปื้อนจางลง (ควรลอง
หยดน้ำยาล้างเล็บลงผ้าก่อน)

เสื้อผ้าที่เลอะยาแดงขจัดคราบโดยเช็ดรอยเปื้อนด้วยแอมโมเนีย หรือซักด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำ

เสื้อผ้าที่เลอะมัสตาร์ด
ขจัดคราบโดยใช้น้ำส้มสายชูถู แล้วรีบนำไปซัก

เสื้อผ้าที่เลอะคราบปัสสาวะ
ให้ซับที่รอยเปื้อน ด้วยแอมโมเนียเจือจาง หรือเบคกิ้งโซดา แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
แล้วซักได้ตามปกติ

เสื้อผ้าที่เลอะคราบเหงื่อ มี 3 วิธี
1.ขจัดได้โดยซักด้วยน้ำที่ผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย หรือน้ำมะนาว
2.แช่ผ้าไว้ในน้ำยาซักผ้าที่ทำให้เจือจางในน้ำจากนั้นซักได้ตามปกติ
3.ละลายแอสไพริน 2 เม็ดลงในน้ำ แล้วแช่ผ้าไว้สักครู่ จึงซักตามปกติ

เสื้อผ้าที่เลอะหมึกแห้ง
ขจัดคราบได้โดย ใช้สเปรย์ฉีดผมฉีดตรงรอยนั้น ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำอย่างละเท่ากัน
เช็ดให้แห้งแล้วนำไปซัก

เสื้อผ้าที่เลอะหมึกจีน
ขจัดคราบได้โดย ให้ฝนหัวผักกาดขาวห่อด้วยผ้ากอซ ถูจนรอยเปื้อนจาง แล้วซักตามปกติ

เสื้อผ้าที่เลอะสีน้ำมัน
ขจัดคราบโดยใช้น้ำมันเบนซินเช็ดรอยเปื้อนให้ชุ่ม แล้วใช้น้ำมันสนเช็ดอีกที จากนั้นซักตามปกติ

เสื้อผ้าที่เลอะสีเคลือบเงา
ขจัดคราบโดยซับที่รอยเปื้อนด้วยน้ำมันสน หรือผสมแอมโมเนีย กับน้ำมันสนในอัตราส่วนที่เท่ากัน แช่ผ้าไว้จนกระทั่งรอยเปื้อน ละลายออก จากนั้นซักในน้ำสบู่

เสื้อผ้าที่เลอะสีปากกาเมจิก
ให้ถูด้วยน้ำมันสน แล้วนำไปซัก

เสื้อผ้าที่เลอะคราบปากกาลูกลื่น
ขจัดคราบโดยใช้ฟองน้ำชุบแอลกอฮอล์เช็ดจนรอยเลอะจางลง แล้วจึงนำไปซัก

เสื้อผ้าที่เลอะคราบดินสอ
ใช้ยาสีฟันป้ายลงบนรอยดินสอแล้วขยี้

เสื้อผ้าที่เลอะลิปสติก
เอามันเปลวหมูทาตรงรอยเปื้อน หรือใช้น้ำมันหมูทา แล้วจึงซักในน้ำสบู่ร้อนๆ หรือใช้ผงซักฟอกขาว โรยตรงรอยเปื้อนแล้วขยี้ แล้วจึงซักตามปกติ / ใช้วาสลินถูตรงรอยเปื้อนแล้วนำมาซักตามปกติ / นำมาแช้ไว้ในน้ำผสมเกลือทิ้งไว้ 1 คืน จะทำให้รอยลิปสติกหาย

เสื้อผ้าที่เลอะยางหญ้า ยางดอกไม้
ขจัดคราบโดยนำมาซักในน้ำสบู่ที่ข้นและร้อน ถ้ายังไม่ออกให้ใช้สารฟอกขาวช่วย

สูตรข้าวมันไก่

เครื่องปรุง
สะโพกหรืออกไก่ 800 กรัม
ข้าวสาร 3 กระป๋อง
เกลือป่น ½ ช้อนชา
ขิงฝานเป็นแว่น 6 แว่น
กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ
ผักชี 2 ต้น
แตงกวาลูกใหญ่ 1 ลูก
น้ำเปล่า 7 ถ้วย

เครื่องปรุงน้ำจิ้ม
ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา
เต้าหู้ยี้ 2 ก้อนเล็ก
น้ำตาลทราย 1 ½ ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 1 ½ ช้อนโต๊ะ
ขิงสับ 3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ
พริกสด 2 เม็ด


วิธีทำข้าวมันไก่

1. นำไก่มาล้างน้ำให้สะอาด ตัดหนังส่วนที่เกินออกมา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไว้เจียวน้ำมันวิธีทำข้าวมันไก่ นำไก่มาล้างน้ำให้สะอาด ตัดหนังส่วนที่เกินออกมา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เอาไว้เจียวน้ำมัน


2. ปลอกเปลือกกระเทียมและขิง นำไปล้างน้ำให้สะอาด นำกระเทียมมาสับให้ละเอียด ส่วนขิงก็ฝานเป็นแว่นๆ
วิธีทำข้าวมันไก่ นำกระเทียมมาสับให้ละเอียด ส่วนขิงก็ฝานเป็นแว่นๆ

3. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง นำหนังไก่ที่หั่นไว้ไปเจียว ให้ได้น้ำมันออกมา (สังเกตว่าหนังไก่จะเหลืองกรอบก็ตักหนังไก่ขึ้นมาให้หมด) นำกระเทียมที่สับไว้ลงไปเจียวให้เหลืองหอมวิธีทำข้าวมันไก่ นำหนังไก่ที่หั่นไว้ไปเจียว ให้ได้น้ำมันออกมา นำกระเทียมที่สับไว้ลงไปเจียวให้เหลืองหอม

4. เมื่อกระเทียมเหลืองได้ที่แล้วก็ให้นำน้ำมันกระเทียมเจียวใส่ลงไปในข้าวสารที่ซาวไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้น ให้ใส่ขิงฝานและเกลือป่นตามลงไปวิธีทำข้าวมันไก่ นำน้ำมันกระเทียมเจียวใส่ลงไปในข้าวสารที่ซาวไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้น ให้ใส่ขิงฝานและเกลือป่นตามลงไป

5. เปิดเตาที่ไฟปานกลางค่อนข้างแรง ใส่น้ำเปล่าลงไปในหม้อประมาณ 5 ถ้วย รอจนน้ำเดือดจึงนำไก่ที่เตรียมไว้ลงไปต้ม จากนั้นลดไฟลงเป็นไฟอ่อนแล้วต้มไก่ไปเรื่อยๆ จนน้ำซุปเริ่มเดือด ให้ตักน้ำมันที่ลอยหน้าออกมาใส่ในหม้อหุงข้าว วิธีทำข้าวมันไก่ ต้มน้ำจนเดือด ใส่ไก่ลงไป จากนั้นลดไฟลงเป็นไฟอ่อนแล้วต้มไก่ไปเรื่อยๆ จนน้ำซุปเริ่มเดือด จึงตักน้ำมันที่ลอยหน้าออกมาใส่ในหม้อหุงข้าว


6. จากนั้นก็เติมน้ำซุปที่ต้มไก่ลงไปในหม้อหุงข้าวประมาณ 3 ถ้วย คนให้เครื่องเข้ากันจึงนำข้าวไปหุงในหม้อหุงข้าวตามปกติวิธีทำข้าวมันไก่ เติมน้ำซุปที่ต้มไก่ลงไปในหม้อหุงข้าวประมาณ 3 ถ้วย คนให้เครื่องเข้ากันจึงนำข้าวไปหุงในหม้อหุงข้าวตามปกติ

7. เติมน้ำเปล่าลงไปในหม้อต้มไก่อีกประมาณ 2 ถ้วยหรือจนท่วมไก่ ต้มไก่ไปเรื่อยๆ ประมาณ 45 นาทีหรือจนไก่สุก เมื่อไก่สุกแล้ว ก็ให้นำขึ้นมาเลาะกระดูกออก ตีเนื้อให้นิ่ม แล้วจึงสับเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมันวิธีทำข้าวมันไก่ ต้มไก่ไปเรื่อยๆ จนไก่สุก เมื่อไก่สุกแล้ว ก็ให้นำขึ้นมาเลาะกระดูกออก ตีเนื้อให้นิ่ม แล้วจึงสับเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมัน



วิธีทำน้ำจิ้ม1. ปลอกเปลือกกระเทียมและขิง เด็ดขั้วพริก นำไปล้างน้ำให้สะอาด นำกระเทียมและขิงมาสับให้ละเอียด ซอยพริกเป็นชิ้นเล็กๆ และนำเครื่องทั้งหมดใส่ไว้ในถ้วยผสมวิธีทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ นำกระเทียมและขิงมาสับให้ละเอียด ซอยพริกเป็นชิ้นเล็กๆ และนำเครื่องทั้งหมดใส่ไว้ในถ้วยผสม


2. เติมเครื่องปรุงต่างๆ คือ ซีอิ้วขาว ซีอิ้วดำ เต้าหู้ยี้ น้ำตาลทราย และน้ำส้มสายชู ลงไป ผสมเครื่องทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้เสิร์ฟพร้อข้าวมันไก่
วิธีทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ เติมเครื่องปรุงต่างๆ ผสมเครื่องทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมันไก่


วิธีเสิรฟ1. ตัดก้านผักชี ปลอกเปลือกแตงกวา นำไปล้างให้สะอาด นำผักชีมาซอยให้ละเอียด ส่วนแตงกวาก็หั่นเป็นแว่นๆวิธีเสริฟข้าวมันไก่ นำผักชีมาซอยให้ละเอียด ส่วนแตงกวาก็หั่นเป็นแว่นๆ


2. ปรุงรสน้ำซุปไก่ด้วยซีอิ้วขาวและน้ำตาลทรายให้รสชาติกลมกล่อม ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกไทยป่นและผักชีซอย เตรียมไว้เสิร์ฟพร้อมข้ามันไก่
วิธีเสริฟข้าวมันไก่ ปรุงรสน้ำซุป ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยพริกไทยป่นและผักชีซอย เตรียมไว้เสริฟพร้อมข้าวมันไก่

3. ตักข้าวใส่จาน นำไก่ที่หั่นไว้วางลงไปบนข้าว วางแตงกวาที่หั่นไว้ข้างๆ จากนั้นก็เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มและน้ำซุปที่เตรียมไว้ได้เลยค่ะ




ตักข้าวใส่จาน วางไก่ที่หั่นไว้ลงไป เสิร์ฟพร้อมแตงกวา น้ำจิ้มและน้ำซุปที่เตรียมไว้



ข้าวมันไก่

คอร์ดอูคูเลเล่พื้นฐาน



คอร์ดอูคูเลเล่พื้นฐาน
ตารางคอร์ดมาตราฐานของ Ukulele ครับ วิธีดู ให้ดูเหมือนกับของ กีตาร์ธรรมดาครับ ด้านขวามือ(โดยที่คุณมองเข้ามา) คือ สายเส้นที่ 1 แล้วไล่มาทางซ้ายมือ ก็จะเป็น สายที่ 2,3 และ 4 ตามลำดับครับ ส่วนด้านบนก็คือ fret ครับ ไล่ลงมาจากบนลงล่างครับ นับเป็น fret ที่ 1 ลงมาครับ